56k Warning!!: เที่ยวทริป!! เกาะสมุย-เขาสก!! [Part-2]
posted on 26 Mar 2010 21:48 by ananoyonikaowari in Reviewเฮ้อ ให้ตายดิ ก่อนผมจะมาอัพพาร์ท 2 นี้พึ่่งเล่นเกม Monster Hunter 2dos [PS2] (ล่าแย้ภาค 2) มาครับ
ก่อนจะมาจับคอมเข่าแทบทรุดครับ ทำไม Bulldrome มันจัดการยากอย่างนี้!!เล่นมาชม.กว่าแล้วอะ
ตายตั้งหลายรอบ T-T ยังฆ่ามันไม่ได้ซักที เฮ้อ~
(ขอบคุณที่ช่วยรับฟังครับ)
เอาล่ะครับมาต่อการเดินทางของเรากันดีกว่าครับ ต่อจากวันที่ 21 ก็วันที่ . . . 22 สินะครับ!! (นับถูกแล้ว!!)
ผมก็ตื่น 7 โมงเช้าขึ้นมาทำกิจหลังตื่นเช้าเหมือนเิดิมคือ ทานข้าว อาบน้ำ ดื่มน้ำปัสสาวะ
แล้ววันนี้จะเป็นการย้ายสถานที่หลักของเราครับ
จากเกาะสมุย (ลาก่อนสมุย~) เราจะมุ่งกลับขึ้นแผ่นดินจ.สุราษฯไปสู่เขาสกหัวข้อสำคัญของทริปนี้กันครับ
ส่วนเขาสกคืออะไรนั้น ผมก็ไม่รู้ครับ (ตึ่งโป๊ะ!!) พูดเล่นน่ะครับ
เขาสกหรืออุทยานแห่งชาติเขาสก หรือ กุ้ยหลินเมืองไทย ตั้งอยู่ในเขื่อนรัชชประภา
เขื่อนที่มีความสวยงามมากที่สุดในเมืองไทย
สีของน้ำตามเขื่อนทั่วไปจะเป็นสีน้ำตาลครับ แต่ที่นี้ เขือนที่สวยที่สุดในไทยน้ำในนี้เป็นสีเขียวอมฟ้า
(ขอบอกว่าสวยกว่าน้ำทะเลใสๆอีกครับ)
น้ำในนี้สวยและใสมาก และผมก็แอบชิมมาแล้วรสชาติใ้ช้ได้เลยครับ!! (จืดเหมือนน้ำธรรมดานั่นแหละครับ)
แต่ก่อนเขาบอกว่าน้ำในเขื่อนนี้เคยสกปรกมาก่อน ประมาณว่าเป็นน้ำเน่าเลย แต่มีสาหร่ายชนิดหนึ่งได้เกิดขึ้นมา
แล้วสาหร่ายชนิดนี้เป็นตัวช่วยฟอกน้ำจากน้ำสกปรกน้ำเน่า ให้กลายเป็นน้ำสีเขียวอมฟ้าสีใสสวยงามครับ
เดิมเขื่อนแห่งนี้ชื่อว่าเขื่อนเชี่ยวหลานครับผมจำได้คร่าวๆว่าที่ชื่อว่าเชี่ยวหลานเพราะน้ำเชี่ยวมากๆ = =
แต่ได้รับการพระราชทานชื่อใหม่โดยในหลวงของเราครับเป็นชื่อเขื่อนรัชชประภา แล้วก็ที่เรียกว่าเขาสกนั้น
เข้าใจกันว่าเป็นการเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า "เขาศพ" ไม่ผิดหรอกครับ "ศพ" เพราะว่าสมัยก่อนหมู่บ้านแถวนั้น
ได้เกิดวรรณโรคขึ้น ซึ่งแพร่ขยายอย่างรวดเร็วแ้ล้วจำนวนผู้เสียชีวิตก็เยอะมากทำให้เผาไม่ทัน
เลยนำศพมากองกันไว้มากๆสูงมากจนกลายเป็น "ภูเขาร้อยศพ" จึงเกิดการเรียกย่อว่า "เขาศพ"
จนเพี้ยนมาเป็น "เขาสก" ในปัจจุบันครับ
เอาล่ะครับหลังจากอ่านตัวหนังสือกันมานาน สำหรับวันที่ 22 นี้ผมไม่ลืมกล้องคอมแพ๊คแล้วนะครับ = =
เพราะฉะนั้นผมจึงได้เก็บรูปของเขื่อนที่สวยที่สุดในไทยมาให้ดูกันครับ เริ่มด้วยรูปแรกเลย~
น้ำใสมากครับ
เอ้อแล้วก็เรื่องเล่าต่อของเขื่อนแห่งนี้นะครับ ว่ากันว่าก่อนที่จะมีน้ำไหลมาจนเป็นเขื่อนเป็นป่ามาก่อนครับทำให้บางจุดจะมีกิ่งไม้โผล่ขึ้นมาตามรูปหลักฐานข้างล่าง~
เห็นว่าที่เขื่อนนี้น้ำลึกประมาณ 10 เมตร ตามเกาะต่างๆในเขื่อน(ที่จริงเป็นยอดของภูเขาที่จมใต้น้ำ)พอมีพื้นที่ให้สัตว์ป่าอาศัยอยู่
การที่น้ำไหลทะลักเข้ามามากขนาดนี้ทำให้สัตว์ป่าบางชนิดเกือบจะสูญพันธุ์และอีกบางชนิดสูญพันธุ์ไปเลย
ถึงที่นี่จะเป็นเขื่อนแต่จากคำบอกเล่าของไกด์ก็มีเสือ กวาง หมี ที่อาศัยอยู่ตามพื้นดินที่โผล่พ้นน้ำอยู่เหมือนกันครับ
แล้วก็หลังจากที่ผมได้นั่งเรือหางยาวมาไกลแล้วก็ถึงบังกาโลวของเขาสกแห่งนี้ครับ (แต่ผมไม่ได้พักนะครับ)
จากคำบอกเล่าของไกด์ที่บอกว่าเคยพักที่นี้มาแล้วพี่เค้าบอกว่าที่พักที่นี่ . . . มากครับ
เนื่องจากเป็นของรัฐจะของบมาพัฒนาให้น่าอยู่ก็ลำบากหรือนานครับทำให้ไม่ค่อยน่าไปพักซักเท่าไหร่
แต่จากที่ผมดูับังกาโลวสวยดีครับ
(ขอขอบคุณนายแบบจำเป็น พี่ก้อง ผู้ร่วมคณะทัวร์กับเราครับ)
ต่อจากบังกาโลวนะครับเป็นภูเขา 3 ลูกที่อยู้ใกล้ๆกันจึงเรียก 3สหายนี้ว่า "สามเกลอ" ครับ
สรุปเขาสกแห่งนี้นะครับ มีความงามที่ถือว่าสุดยอดมากครับถ้าผ่านมาสุราษฯอยากให้ลองแวะมาชมกันดูครับ
มีน้ำที่สวยกว่าทะเล รสชาติดีกลมกล่อม (อ๊ะไม่เกี่ยวเหรอครับ) และในนี้จุดเด่นคือมีทิวเขากับแม่น้ำที่สวยมาก
ทิวเขาต่างๆมากมาย ก็อย่างที่ว่ามาคือยอดของภูเขาที่ถูกน้ำจำนวนมากแห่ทะลักเข้ามาจนเหลือให้เห็นแค่ส่วนบนของภูเขาครับ
หลังจากพักชั่วคราวอยู่ที่บังกาโลวในเขาสกก็จะเดินทางออกจากเขื่อนต่อไปยังที่พักคืนสุดท้ายของเรากันครับ
ขอบอกว่าที่พักที่นี่มีภูเขาล้อมรอบเป็นกำแพงให้เลยครับ แล้วก็คงความเป็นธรรมดาชาติไว้มาก แต่ยังมีความหรูให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ที่พักแห่งนี้ก็คือ "รีสอร์ทในฝัน ภูผา และ ลำธาร" ครับ
(ขอขอบคุณเหล่านางแบบและนายแบบจำเป็นทุกท่านด้วยครับ)
ห้องอาหาร (คืนวันที่ 22 นี้มีฝรั่งมานั่งย่างซีฟู้ดตรงแถวโต๊ะไม้ด้วยครับ ผมยังได้กินอาหารกันในศาลาตรงกลางเอง)
ล๊อบบี้ครับ เดินออกมาจะมีทางปูไว้ไปสู้ห้องพักที่ทำเป็นบ้านแยกหลังเลย
สระว่ายน้ำตรงกลางและห้องพักรอบๆครับ
ระเบียงห้องพัก
ศาลาริมสระน้ำครับ
สระว่ายน้ำแบบชัดๆครับ (และขอขอบคุณขาของพี่ก้องนายแบบจำเป็นอีกคราครับ)
เป็นรีสอร์ทที่มีความเป็นธรรมชาติมากๆตั้งแต่ห้องในรีสอร์ทนี้สร้างจากไม้ ห้องน้ำมีช่องให้มองเห็นวิวข้างนอกได้
ไฟเป็นแบบสลัวทำให้ไม่ค่อยมีแสงสว่างแต่ก็ทำเืพื่อให้เป็นบรรยากาศแบบธรรมชาติ อาหารรสชาติอร่อยมาก
สระว่ายน้ำไม่มีไฟ ทำให้ตอนกลางคืนช่วงซัก 4-5 ทุ่มถ้ามาลงสระแล้วแหงนขึ้นดูบนท้องฟ้าจะเห็นดาวได้ชัดเจนสวยมากครับ
จบคืนวันที่ 22 มี.ค. 53 เตรียมตัวกลับบ้าน!!
ที่จริงวันที่ 23 จะทานเข้าที่รีสอร์ทภูผาและลำธารก่อนแล้วจะออกเดินทางจากสุราษฯกลับขอนแก่น
ระหว่างทางก็จะแวะร้านอาหารและวัดอีกเหมือนกันครับ แต่ไม่ขอเอามาเล่าแล้วกันเพราะคิดว่าไม่น่าสนใจพอ
วันที่ 23 นี้เดินทางตั้งแต่เช้ายันเช้าอีกวันเลยครับ ถึงขอนแก่นประมาณ ตี 3 กว่าๆ ซึ่งเร็วกว่าที่คิดไว้ 2 ชม.
เป็นทริปที่สนุกมาก และเหนื่อยมากเช่นกัน(เหนื่อยวันที่ปีนหน้าผานั่นแหละ!!) ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปทะเลเท่าไหร่
ตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยไป 2-3 ครั้งเอง ไอ้ผมก็ ม.ปลาย แล้วอะนะ การที่ได้ออกจากบ้านไปชมธรรมชาติอย่างนี้ทำให้ผมรู้จักความงามของธรรมชาติดีขึ้นเลย
ช่วงตอนที่ผมยังอยู่ในทริปนี้ พี่ไกด์คนนึงถามผมว่า ถ้าเราจะมาเที่ยวธรรมชาติ มาเดินดูอย่างงี้จะมาตอนไหน
จากนั้นพี่เค้าก็ชี้ไปที่ฝรั่งสูงวัยคนนึง แล้วถามผมต่อว่าจะรอถึงอายุเกษียณ แล้วค่อยมีเวลาว่างมาเที่ยว
หรือจะเก็บตังค์ไว้มาเที่ยวตอนที่ยังมีกำลังขาที่สามารถเดินทางฝ่าดงธรรมชาติได้เหมือนตอนนี้
ตอนแรกผมก็เคยมีความคิดว่าทำงานไปจนถึงเวลาแกแล้วมีเวลาว่างค่อยมาเที่ยวก็ได้ แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงแบบนี้
ทำให้ผมคิดได้เลยว่า ถึงช่วงที่ผมจะทำงานผมก็ควรจะเก็บเงินหาเวลาว่างมาเที่ยวได้แล้วล่ะ เพราะถ้ารอจนอายุเยอะ
เหมือนฝรั่งคนที่พี่เค้าชี้ให้ดู ผมว่าผมคงมาปีนเขาสูง 500 เมตรเก็บรูปภาพจากมุมสูง
หรือเดินขึ้นบันไดชันๆหลายๆขั้นตามจุดชมวิวต่างๆบนเกาะ ไม่ไหวแน่
เพราะงั้นถ้าใครมีความคิดที่อยากจะไปดูความงามของธรรมชาติต่างๆ ผมก็อยากให้ทุกคนลองหาเวลาว่าง
แล้วเที่ยวธรรมชาติดู จากแต่ก่อนที่อาจจะเคยเดินตามห้าง สถานที่เจริญๆต่างๆอย่างน้อยๆก็อยากให้คุณ
ลองหาธรรมชาติน่าเที่ยวใกล้บ้านก่อนจะออกไปเที่ยวธรรมชาติที่ต่างถิ่นดูก็คงจะดีไม่น้อยเลย
หรือช่วงวันหยุดยาวก็อาจจะลองชวนครอบครัวไปเพื่อเป็นการพักผ่อนเลยก็ได้ครับ
และแล้วการเดินทางตลอด 5 วัน 5 คืน ก็ได้สิ่นสุดลง ณ ตึกหลอดที่คณะวิทย์ มข. พร้อมกับการอำลาของคณะทัวร์กับทีมงานไกด์ I'm Fine ที่ช่วยประคบประหงมให้บริการเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางครับ
เกาะสมุย-เขาสก ทริปนี้ราคาผู้ใหญ่ปกติ 9,500 บาทครับ
ขอบคุณที่ท่านที่หลุดเข้ามาอ่านในบล๊อกนี้นะครับ
เข้ามาแล้วอย่าลืมเม้นท์นะครับไม่งั้นระวังออกไปไม่ได้นะครับ~
edit @ 28 Mar 2010 03:21:16 by Ananoyonikaowari